คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไปประเทศบราซิล

29 Nov 14 | By Pookpuii

มาดูคำแนะนำ สำหรับนักท่องเที่ยวไทย ที่จะเดินทางไปประเทศบราซิลกันค่ะ

BRAZILIAN-CONSULATE-COLUNM-346-600x365

ข้อมูลทั่วไป

-          ประเทศบราซิลมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก เท่า ๆ กับสหรัฐฯ มีประชากรประมาณ 190ล้านคน แบ่งเป็น 26 รัฐ กับ 1 เขตนครหลวง เมืองสำคัญในบราซิล ได้แก่ กรุงบราซิเลีย (เมืองหลวง) นครเซาเปาลู (ศูนย์กลางทางธุรกิจ/การค้า และที่ตั้งโรงงานต่าง ๆ) และนครรีโอเดจาเนโร (เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง) เป็นต้น -          ภาษาราชการ คือ ภาษาโปรตุเกส คนบราซิลส่วนใหญ่ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษเลย ฉะนั้น ผู้ที่จะเดินทางมาบราซิลควรหาคู่มือภาษาโปรตุเกสพื้นฐานไว้ในกรณีที่ต้อง สื่อสารกับคนท้องถิ่น -          หน่วยเงินตราที่ใช้ในบราซิล คือ เฮอัล (อัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน คือ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับประมาณ 2.20 เฮอัล) นักท่องเที่ยวสามารถแลกเปลี่ยนเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินสกุลเฮอัล ได้ตามสถานที่ต่างๆ อาทิ โรงแรม ธนาคาร และร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตรา (casa de câmbio) การใช้บัตรเครดิตเป็นที่ยอมรับตามโรงแรม ภัตตาคาร และห้างสรรพสินค้าทั่วไป

สภาพทั่วไปของกรุงบราซิเลีย

-          กรุงบราซิเลียเป็นเมืองหลวงของบราซิลตั้งแต่ ปี 1960  มีขนาดประมาณ 5,800ตร.กม. จำนวนประชากรประมาณ 2.5ล้านคน เป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการต่าง ๆ รวมถึงทำเนียบประธานาธิบดี และรัฐสภา มีชื่อเสียงเรื่องสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ซึ่งออกแบบโดย Oscar Niemeyer สถาปนิกชื่อดังชาวบราซิล ระบบ   รถโดยสารสาธารณะ รวมถึงรถไฟใต้ติดยังไม่ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ สถานที่ต่าง ๆ กระจายอยู่ในบริเวณกว้าง จึงจำเป็นต้องใช้รถยนต์

สภาพทั่วไปของนครเซาเปาลู

-          นครเซาเปาลูมีขนาดประมาณ 7,900ตร.กม. จำนวนประชากรประมาณ 19ล้านคน ในตัวเมืองแบ่งเป็นเขตย่อย 31 เขต เป็นมหานครที่มีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 8  ของโลก เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุด    ในบราซิล และมีขนาดใหญ่และจำนวนประชากรมากเป็นอันดับสองในภูมิภาคลาตินอเมริกา รองจาก          กรุงเม็กซิโก เป็นเมืองศูนย์กลางทางธุรกิจของภูมิภาคลาตินอเมริกา การคมนาคมสะดวก มีบริการรถไฟใต้ดินทั่วถึง การเดินทางโดยรถยนต์ควรเผื่อเวลาให้มากเนื่องจากปัญหาการจราจรติดขัดโดย เฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน ด้วยขนาดของเมือง ปัญหาการจราจร และการกระจุกตัวของผู้ที่มีฐานะมั่งคั่งในบราซิล ทำให้มีบริการแท็กซี่ด้วยเฮลิคอปเตอร์มากที่สุดในโลก

สภาพทั่วไปของนครรีโอเดจาเนโร

-          นครรีโอฯ เป็นเมืองชายทะเลที่มีทัศนียภาพสวยงาม เนื่องจากอยู่ติดกับภูเขา และมีพื้นที่สีเขียวค่อนข้างมาก มีพื้นที่เฉพาะในตัวเมืองมีขนาดประมาณ 1,200ตร.กม. (เล็กกว่ากรุงเทพฯ เล็กน้อย) จำนวนประชาการทางการ 6 ล้านคนนครรีโอฯ แบ่งเป็นโซนเหนือ โซนตะวันตก โซน Centro และโซนใต้ โซน Centro เป็นย่านการค้าและธุรกิจ ส่วนโซนใต้ (Zona Sul) เป็นโซนที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เนื่องจากเป็นย่านชาดหาดชื่อดังของ บราซิลอย่าง Copacabana และ Ipanemaเป็นที่ตั้งของโรงแรมส่วนใหญ่ รวมถึงที่พักของคณะผู้แทนไทย ทุกโซนสามารถเดินทางติดต่อกันได้สะดวกทั้งโดยรถยนต์ รถประจำทาง และรถไฟใต้ดิน rio-de-janeiro

การเดินทางเข้าประเทศ

  •  ผู้เดินทางต้องมีหนังสือเดินทางที่ยังมีอายุเกิน 6 เดือน และต้องฉีดยาป้องกันไข้เหลือง เนื่องจากประเทศบราซิลยังเป็นเขตระบาดของไข้เหลืองและสายการบินต้นทางอาจ ปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่องหากไม่มีใบรับรองการฉีดวัคซีนไข้เหลืองไปแสดง หรืออาจถูกปรับเมื่อเดินทางถึงบราซิล ทั้งนี้ ควรสอบถามจากสถานเอกอัครราชทูตบราซิลประจำประเทศไทย สายการบินที่ใช้เดินทางและหน่วยงานด้านสาธารณสุขของไทยก่อนเดินทางประเทศไทย และ ประเทศบราซิลมีความตกลงยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่า) ระหว่างกัน บุคคลสัญชาติไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศบราซิลเพื่อการท่องเที่ยวได้โดยไม่ ต้องขอรับการตรวจลงตราและจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศบราซิลได้ไม่เกิน 90 วัน
  • คนไทยที่จะเดินทางเข้าไปยังประเทศบราซิลระยะยาวเพื่อศึกษาหรือทำงานต้องขอ รับการตรวจลงตรา (วีซ่า) จากสถานเอกอัครราชทูตบราซิลประจำประเทศไทย ที่กรุงเทพ ฯ

ข้อควรรู้เกี่ยวกับสนามบิน

-          ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าบราซิลต้องผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการทางศุลกากรที่ เมืองแรกที่เดินทางถึงบราซิลนครเซาเปาลูและนครรีโอเดจาเนโรเป็นสองเมืองหลัก ที่สายการบินระหว่างประเทศจะลง จอดเป็นเมืองแรก อีกนัยหนึ่ง ผู้เดินทางจากต่างประเทศเข้าบราซิลทุกคนจะต้องนำกระเป๋าออกไปผ่านพิธีการ ศุลกากร รวมทั้งผู้ที่จะเดินทางต่อไปยังเมืองอื่น ๆ ในบราซิล ถึงแม้ว่าสายการบินจะให้ข้อมูลว่า ผู้โดยสารสามารถรับกระเป๋าและผ่านพิธีการศุลกากรที่เมืองปลายทางเลยก็ตาม -          ที่สนามบินต่าง ๆ มักจะไม่มีการสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ และใช้เวลามากในกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง รอสัมภาระ และผู้โดยสารที่ต่อเครื่องบิน มักจะต้อง check-in กับสายการบินอีกครั้งดังนั้น หากจำเป็นต้องเดินทางต่อโดยเครื่องบินควรเผื่อเวลาในการต่อเครื่องบิน ไว้ไม่ต่ำกว่า 2 - 3ชั่วโมง -          เที่ยวบินในประเทศของบราซิลมักเปลี่ยนประตูขึ้นเครื่อง (gate) บ่อยครั้งโดยไม่ประกาศให้ทราบ หรือประกาศเป็นภาษาโปรตุเกส ผู้โดยสารควรตรวจสอบหมายเลขประตูขึ้นเครื่องเป็นระยะระหว่างที่นั่งรอเวลา เครื่องขึ้นจากจอภาพและสอบถามเจ้าหน้าที่สนามบินก่อนขึ้นเครื่อง Brazil

การแต่งกาย   

-          ประชาชนชาวบราซิลนิยมแต่งกายลำลอง เว้นสถานที่ราชการและในสำนักงานธุรกิจผู้ชายจะสวมสูทเป็นส่วนใหญ่ สำหรับสตรีจะสวมสูทกระโปรงหรือกางเกง

อาชญากรรม  

-          เมืองใหญ่ของบราซิลโดยเฉพาะนครเซาเปาลู นครรีโอเดจาเนโร เมืองซัลวาดอร์ และกรุงบราซิเลีย เป็นต้น มักปรากฏข่าวอาชญากรรมรุนแรงอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในเรื่องของการปล้นจี้ ลักขโมย และแม้กระทั่งการลักพาตัว นอกจากนี้ ในเขตย่านชุมชนแออัดโดยเฉพาะที่นครรีโอเดจาเนโร มักปรากฏข่าวการปะทะกันรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มอิทธิพล ขบวนการค้ายาเสพติด ฯลฯ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปบราซิลควรดำเนินการ ดังนี้
  • สอบถามจากโรงแรมถึงความปลอดภัยของสถานที่ต่างๆ ที่ต้องการจะไปท่องเที่ยวก่อนเสมอ
  • ควรระมัคดระวังตัวเป็นพิเศษบริเวณสนามบินก่อน check-in เนื่องงจากมีรายงานการลักขโมยทรัพย์สินและหนังสือเดินทางบ่อยครั้ง
  • มีความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเก็บรักษาเงิน เครื่องประดับ สิ่งของมีค่า และเอกสารการเดินทางต่างๆ ไม่ควรนำเงินติดตัวจำนวนมากระหว่างเดินทาง ควรใช้บัตรเครดิตเป็นหลัก และไม่ควรใส่เครื่องประดับใดๆ
  • การเดินทางไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยเฉพาะตามชายหาด ควรนำสิ่งของติดตัวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ควรมีเครื่องประดับ หรือใช้หรือพกแว่นตา และ/หรือนาฬิกาที่มีราคาแพง และควรพกสำเนาหนังสือเดินทางแทนการถือหนังสือเดินทางเล่มจริง
  • หลีกเลี่ยงการเดินบนชายหาดในเวลากลางคืน
  • การวางกระเป๋าถือ และ/หรือกระเป๋าเดินทาง ควรให้อยู่ในที่ไม่มีผู้ใดสามารถฉกฉวยไปได้ง่ายและควรให้อยู่ในสายตาตลอดเวลา
  • ไม่ควรเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ โดยลำพัง โดยเฉพาะในเวลากลางคืน
  • ควรเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ของโรงแรมมากกว่าการเรียกรถแท็กซี่จากตามท้องถนน ที่บราซิลมีบริการเรียกแท็กซี่ทางโทรศัพท์ สามารถขอให้ร้านที่ใช้บริการเรียกรถแท็กซี่ให้ได้
  • เมื่อเกิดเหตุอาชญากรรมต่างๆ ควรแจ้งความที่สถานีตำรวจท้องถิ่นและติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลียในโอกาสแรก การดำเนินคดีทางกฎหมายเป็นเรื่องของทางการบราซิล สถานเอกอัครราชทูตสามารถให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นที่จำเป็น เช่น การออกหนังสือเดินทางใหม่ การเข้าถึงการรักษาพยาบาลในกรณีที่บาดเจ็บ การติดต่อญาติและช่องทางการติดต่อทางการท้องถิ่น เป็นต้น

วิธีการใช้โทรศัพท์

  • รหัสประเทศของบราซิล คือ55 ,รหัสนครรีโอฯ คือ21 ,รหัสนครเซาเปาลู คือ 11 ,รหัส กรุงบราซิเลีย คือ 61
  • โทรศัพท์สาธารณะ(Orelhão) จาเป็นต้องซื้อบัตรโทรศัพท์(cartões telefônicos) ซึ่งมีขายตามร้านขายหนังสือตามหัวมุมถนนและที่ทาการไปรษณ์ทั่วไป ราคาตั้งแต่5 – 50 เฮอัล สามารถใช้โทรได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • โทรถึงหมายเลขโทรศัพท์ในเมืองเดียวกันกดหมายเลขโทรศัพท์แปดหลักได้เลย
  • โทรระหว่างรัฐกด(021) (รหัสเมือง) (หมายเลขโทรศัพท์แปดหลัก)
  • โทรไปต่างประเทศกด(0021) (รหัสประเทศ) (รหัสเมือง) (หมายเลขโทรศัพท์) ตัวอย่าง โทรไปกรุงเทพฯ กด0021 66 2 หมายเลขโทรศัพท์เจ็ดหลัก
  • สามารถใช้โทรศัพท์สาธารณะแบบเรียกเก็บเงินปลายทางภายในบราซิลโดยไม่ต้องใช้ บัตรโทรศัพท์ได้ ดังนี้ หากโทรถึงหมายเลขโทรศัทพ์ภายในนครรีโอฯ กด9090 - หมายเลขโทรศัพท์แปดหลัก หากโทรถึงหมายเลขโทรศัพท์ระหว่างรัฐ กด90 - รหัสเมือง- หมายเลขโทรศัพท์แปดหลัก
  • โทรศัพท์มือถือ ควรเปิดroaming มาจากประเทศไทย เนื่องจากชาวต่างชาติจะซื้อซิมการ์ดประเภทเติมเงินได้ยากในบราซิล เนื่องจากกฎหมายระบุให้ผู้ซื้อต้องแจ้งหมายเลขประจาตัวผู้เสียภาษี อนึ่ง ในกรุงบราซิเลียไม่มีเครือข่ายรองรับผู้ใช้เครือข่ายDtac

หมายเลขติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย  

-            เวลา ราชการ +55 61 3224 6943 (เฉพาะกรณีฉุกเฉิน) นอกเวลาราชการ +55 61 9919 8763 หากโทรศัพท์จากตู้โทรศัพท์สาธารณะ ในกรณีฉุกเฉินสามารถยกหูแล้วกด 90 61 9919 8763 ได้เลย เพื่อโทรแบบเรียกเก็บเงินปลายทางจากสถานเอกอัครราชทูต ฯ

ระบบไฟฟ้ำและปลั๊กไฟ

-            บราซิลใช้ไฟฟ้าสองระบบคือ110V และ220V ปลั๊กเสียบโดยทั่วไปมีสองประเภท คือ(1) และ (2)  ซึ่ง แบบ(2) ช่องเสียบจะมีขนาดแคบกว่าปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปที่นามาจากประเทศไทย จึงแนะนำให้เตรียมหัวแปลงปลั๊กไฟแบบสากล (universal plug adaptor) ไปด้วย

ปัญหายาเสพติด  

-           ในปัจจุบัน มีหญิงไทยจำนวนมากถูกหลอกลวงและตกเป็นเครื่องมือในการขนยาเสพติด   เข้ามายังบราซิล ในการนี้ ผู้ที่จะเดินทางไปยังบราซิลควรมีความระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อมิให้ตกเป็น เครื่องมือของขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดดังกล่าว

สาธารณสุข

-          ในบางพื้นที่ของบราซิล อาทิ เขตลุ่มน้ำอาเมซอน ยังคงมีการระบาดของโรคไข้เหลือง และโรคมาลาเรีย และตามเมืองใหญ่ๆ ของบราซิล อาทิ กรุงบราซิเลีย และนครรีโอเดจาเนโร ยังคงปรากฏข่าวการระบาดของโรคไข้เลือดออกอยู่เป็นครั้งคราว -          โรงพยาบาลและคลีนิคตามเมืองใหญ่ๆ ของบราซิล อาทิ นครเซาเปาลู นครรีโอเดจาเนโร และกรุงบราซิเลีย จัดได้ว่าได้มาตรฐานแต่มีราคาสูงมาก อย่างไรก็ตาม ในหลายพื้นที่ของบราซิลโดยเฉพาะตามชนบท ยังคงขาดการสาธารณสุขและโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน

อาหาร

-          อาหารที่เป็นนิยมของชาวบราซิลคืออาหารประเภทบาร์บีคิว (churassco) โดยเน้นเนื้อวัวและไก่  ส่วนอาหารมื้อหลักประจำวันมักประกอบด้วยข้าวราดถั่วดำต้ม รับประทานกับอาหารชนิดอื่นๆ ผักผลไม้ส่วนใหญ่เป็นชนิดเดียวกันกับที่มีในประเทศไทย -          ร้านอาหารประเภทบริการตนเอง คือเลือกและตักอาหารด้วยตัวเองแล้วจึงนำไปชั่งเพื่อจ่ายค่าอาหารตามน้ำหนัก ที่ตักมา ได้รับความนิยมสูงทั่วบราซิล โดยมีราคาแตกต่างกันไปตามคุณภาพและสถานที่ที่ตั้งของร้านอาหาร -          นักท่องเที่ยวควรรับประทานอาหารในร้านอาหารหรือโรงแรม ซึ่งจะสะอาดและปลอดภัยกว่าอาหารที่ขายตามท้องถนน ควรดื่มน้ำที่บรรจุขวด ไม่ควรดื่มน้ำจากก๊อกน้ำโดยตรง

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ  

-         ณ ขณะนี้ ไม่มีเหตุการณ์ที่อาจกระทบการท่องเที่ยว

กฎหมายบราซิล  

-         นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปบราซิลต้องปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่น บทลงโทษกรณีการดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถรุนแรงมาก Night view of Copacabana beach and Botafogo in Rio de Janeiro
ขอขอบคุณข้อมูลจาก  http://www.thaiembassybrazil.com

Share this Post

top
top