KOREA SPRING DAY 5 D 3 N (BY XJ) KOREA SPRING DAY 5 D 3 N (BY XJ) KOREA SPRING DAY 5 D 3 N (BY XJ) KOREA SPRING DAY 5 D 3 N (BY XJ)

KOREA SPRING DAY 5 D 3 N (BY XJ)

Travel Information

Travel Rate

วันที่ 1

กรุงเทพฯ (สนามบินนานาชาติดอนเมือง)

18.00 น.    คณะพร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติดอนเมือง อาคาร 1 ชั้น 3 ประตู 4 เคาน์เตอร์ 4 สายการบิน AIR ASIA X เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกในการขึ้นเครื่อง (หัวหน้าทัวร์แนะนำการเดินทาง) สายการบินAIR ASIA X ใช้เครื่อง AIRBUS A330-300 จำนวน 377 ที่นั่ง จัดที่นั่งแบบ 3-3-3 น้ำหนักกระเป๋า 20 กก./ท่าน (หากต้องการซื้อน้ำหนักเพิ่ม ต้องเสียค่าใช้จ่าย)

**หมายเหตุ** เคาน์เตอร์เช็คอินจะปิดบริการก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อย 60 นาที และผู้โดยสารพร้อม ณ ประตูขึ้นเครื่องก่อนเวลาเครื่องออก 40 นาที (**ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกที่นั่งบนเครื่อง เนื่องจากต้องเป็นไปตามระบบของสายการบิน**)

21.05 น.   บินลัดฟ้าสู่ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ โดยเที่ยวบินที่ XJ704 (ไม่มีบริการอาหารบนเครื่อง)

วันที่ 2

เกาหลีใต้ (สนามบินนานาชาติอินชอน) – สะพานแขวนมาจังโฮซู – โรงเรียนสอนทำกิมจิ – สวนสนุก เอเวอร์แลนด์

04.35 น.    เดินทางถึง สนามบินนานาชาติอินชอน (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทย 2 ช.ม. กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเป็นเวลาท้องถิ่นเพื่อสะดวกในการนัดหมาย) หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว ขอต้อนรับทุกท่านสู่สาธารณะรัฐเกาหลีใต้ รถโค้ชนำทุกท่านข้ามทะเลตะวันตกด้วยสะพานแขวนยองจองหรือ สะพานเพื่อความหวังในการรวมชาติที่ยาวกว่า 4.42กม. และมียอดโดมสูง 107 เมตร

เช้า    บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร (1) เมนู อูด้ง

นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองพาจู ชม สะพานแขวนมาจังโฮซู สะพานแขวนแห่งนี้เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน คอสะพานทั้งสองฝั่งด้านซ้ายขวาจะมีจุดให้ยืนถ่ายรูปวิวสวยๆ ส่วนใหญ่จะมีแต่คนเกาหลีมาเที่ยวพักผ่อนในวันหยุด ตัวสะพานมีความยาวถึง 220 เมตร ซึ่งยาวที่สุดในประเทศเกาหลี พื้นตรงกลางสะพานฝั่งนึงจะเป็นพื้นกระจกใสยาวประมาณ 100 เมตร สามารถมองเห็นผืนน้ำสีครามด้านล่างได้ ทะเลสาบแห่งงนี้มีหอคอยสำหรับคนที่ชื่นชอบวิวมุมสูง และยังมีร้านกาแฟไว้คอยบริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากนั่งจิบกาแฟรับลมเย็นๆ ที่โชยมาจากทะเลสาบ นอกจากชมวิวทะเลสาบมุมกว้างจากบนสะพานแล้ว ด้านล่างยังมีสะพานไม้เป็นทางยาวให้ชมธรรมชาติ และเดินลัดเลาะริมฝั่งทะเลสาบได้อีกด้วย

จากนั้นท่านเดินทางสู่ โรงเรียนสอนทำกิมจิ เพื่อให้ท่านเรียนรู้วัฒนธรรมการทำกิมจิของชาวเกาหลี กิมจิเป็นอาหารเกาหลีประเภทผักดองที่อาศัยภูมิปัญญาก้นครัวของชาวเกาหลี ด้วยการหมักพริกสีแดงและผักต่างๆ โดยทั่วไปจะเป็นผักกาดขาว ชาวเกาหลีนิยมรับประทานกิมจิเกือบทุกมื้อ และยังนำไปปรุงเป็นส่วนประกอบอาหารอีกหลายอย่าง ปัจจุบันกิมจิมีมากกว่า 187 ชนิด ส่วนใหญ่แล้วจะมีรสเผ็ด และเปรี้ยว ท่านยังสามารถลองสวมใส่ ชุดฮันบก ซึ่งเป็นชุดประจำชาติของเกาหลี พร้อมถ่ายภาพสวยๆเก็บไว้เป็นที่ระลึก

กลางวัน    บริการอาหารกลางวัน (2) เมนู บุฟเฟต์บาบีคิวปิ้งย่างสไตล์เกาหลี เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว ปลาหมึก อาหารเกาหลี เติมไม่อั้น

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ สวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ถูกขนานนามว่าเป็นดิสนีย์แลนด์แห่งเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ประกอบไปด้วยโซนต่างๆ ดังนี้ Global Fair, Magic Land, European Adventure, American Adventure, Zootopia เมื่อท่านก้าวผ่านประตูเข้าไปในสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ พบกับอาคารทรงสวยที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบวิกตอเรียตะวันออก และอินเดีย ซึ่งผสมผสานจนเข้ากันลงตัว แวะถ่ายรูปสวยๆ ที่ Magic Tree ต้นไม้แฟนตาซีขนาดใหญ่ที่จะเปลี่ยนธีมไปตามเทศกาลต่างๆ ถือเป็นอีกจุดแลนด์มาร์คสำหรับนักท่องเที่ยว

ใครชอบเครื่องเล่นหวาดเสียวต้องห้ามพลาดเด็ดขาด!! สนุกกับเครื่องเล่นนานาชนิดไม่ว่าจะเป็น รถไฟเหาะตีลังกา (Rolling X-Train) ที่เร็วสุดๆ และตีลังกาถึง 2 รอบ เฮอร์ริเคน (Hurricane) เครื่องเล่นที่จะหมุนๆ เหวี่ยงๆ ให้หัวใจเต้นรัวกับความสูงเกือบ 20 เมตรจากพื้นดิน! ดับเบิ้ลร็อกสปิน (Double Rock Spin) ที่จะหมุนๆ ตีลังกา 3 ตลบบนอากาศด้วยความสูงที่แทบกลั้นหายใจ เรือเหาะไวกิ้ง (Columbus Adventure) เตรียมตัวเตรียมใจไปกับเจ้าเรือเหาะยักษ์ที่จะเหวี่ยทุกคนขึ้นไปสูงถึง 30 เมตร ในมุม 75 องศา และไฮไลค์ที่พลาดไม่ได้ของสวนสนุกแห่งนี้ รถไฟเหาะรางไม้ (T-EXPRESS) รถไฟเหาะรางไม้ที่สูงชันเป็นอันดับ 4 ของโลก ซึ่งมีความชันถึง 77 องศา และวิ่งด้วยความเร็ว 104 กิโลเมตร/ชั่วโมง

พิเศษ!!! ทางเลือกใหม่สำหรับท่านที่ไม่ชอบการรอคิวนานๆ สามารถซื้อบัตร Q-Pass เพื่อขึ้นไปรอเล่นได้เลย โดยซื้อแพคเกจเฉพาะ T-Xpress จ่ายเพิ่มเพียง 30,000 วอน (ราคาสำหรับ 2 ท่าน) จะได้รับตั๋ว Q-Pass และ SD Card ขนาด 16 GB ใส่กล้อง Action Camera มาให้ เมื่อถึงด้านบนให้นำกล้องส่งให้เจ้าหน้าที่เพื่อติดตั้ง ซึ่งจะเป็นโบกี้สุดท้ายของขบวนรถไฟ 1 รอบจะนั่งได้เพียง 2 ท่าน เพราะจุดติดตั้งกล้องมีเพียง 1 ชุด จากนั้นก็ลุย!! และหลังจากลงจากรถไฟแล้ว ท่านสามารถนำ SD Card มาตรวจสอบการบันทึกวีดีโอ หากวีดีโอเสียจะสามารถขึ้นไปเล่นใหม่ได้อีก 1 รอบ

พักเหนื่อยจากเครื่องเล่น หลุดเข้ามาในโลกของเหล่าสัตว์มากมาย!! ในโลกของ Zootopia หนึ่งในสวนสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี มีสัตว์มากกว่า 2,000 ตัว จาก 200 กว่าสายพันธุ์ พาทุกท่านท่องไปกับโลกของสัตว์ป่าซาฟารี ขึ้นไปบนรถบัสซาฟารีเพื่อใกล้ชิดกับเหล่าสัตว์ป่ายิ่งขึ้นอย่างโซน Safari World พบกับสัตว์ที่น่าเกรงขามอย่างสิงโตเจ้าป่า เสืออันดุร้าย และหมีตัวใหญ่ที่อาจจะโผล่มาทักทายคุณได้ทุกเมื่อ จะมีอะไรตื่นเต้นไปกว่าการนั่งรถสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก!! ตะลุยเข้าไปในโซน Lost Valleyพร้อมเพลิดเพลินกับการชมสัตว์ต่างๆ ที่เดินเล่นอย่างอิสระ ถ้าโชคดีอาจจะได้พบกับสัตว์เหล่านี้มาขอขนมกินถึงหน้าต่างรถเลยทีเดียว

เปลี่ยนบรรยากาศจากเหล่าสัตว์โลกมาเจอความสวยงามของหมู่พฤกษา!! เดินชมสวนดอกไม้ที่กำลังออกดอกบานสะพรั่งอวดสีสัน ณ สวนดอกไม้สี่ฤดู (Four Season Garden) ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงพันธุ์ดอกไม้ไปตามฤดูกาลในรูปแบบที่หลากหลายตลอดทั้งปี (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ด้วยสีสันที่สดของดอกไม้แต่ละชนิดจึงได้รับความนิยมอย่างมาก นักท่องเที่ยวที่มาสวนสนุกจึงไม่พลาดที่จะมาถ่ายรูปเก็บบรรยากาศความสดชื่นกลับไปเป็นที่ระลึก รวมทั้งยังมีการจัดเทศกาลในแต่ละเดือน อาทิเช่น ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ประมาณเดือนเมษายน – มิถุนายน เป็นสวนดอกทิวลิป และดอกกุหลาบ ในช่วงฤดูร้อน ประมาณเดือนมิถุนายน - สิงหาคม เป็นสวนดอกลิลลี่หลากสีสัน ยังไม่หมดแค่นั้น ในช่วงเดือนนี้จะมีเทศกาลคลายร้อนไปกับสายน้ำ (Summer Splash) ในฤดูใบไม้ร่วง ประมาณเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน เป็นสวนดอกเบญจมาศ พร้อมกับมีจัดตกแต่งสวนสนุกให้เข้ากับเทศกาลฮัลโลวีน (Happy Halloween) มีการจัดขบวนรถแฟนซีแห่รอบสวนสนุก และมีเจ้าหน้าที่แต่งตัวเป็นผีมาเดินแกล้งนักท่องเที่ยวด้วย ในช่วงฤดูหนาวประมาณเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม มีการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส และต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ทุกเทศกาลจะตกแต่งด้วย แสง สี เสียง สุดอลังการ พร้อมทั้งมีขบวนพาเหรดมาสร้างความบันเทิงให้กับเด็กๆ เช่น White Christmas Parade, Moonlight Parade การแสดขบวนพาเหรดอันน่าตื่นตาตื่นใจ! ชมขบวนพาเหรดสุดยิ่งใหญ่อย่าง คานิวัล แฟนตาซี พาเหรด (Carnival Fantasy Parade) พบกับโชว์ต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลก มีทั้งธีมสไตล์บราซิลอย่างแซมบาเฟสติวัล (Samba festival) ไปจนถึงธีมเวนิสคานิวัล (Venice Carnival) จากอิตาลีก็ตบเท้าเข้าร่วมขบวนด้วย สนุกสนานกับการเต้นรำไปพร้อมๆกัน ช่วงหัวค่ำเป็นอีกหนึ่งการแสดงที่พลาดไม่ได้เช่นกัน อย่าเพิ่งรีบกลับ! หากท่านยังไม่ได้ชมการแสดงพลุสุดอลังการหลังจากพระอาทิตย์ตกดิน และยังมีขบวนพาเหรดที่จัดเต็มทั้งแสง สี เสียง อย่างมูนไลท์พาเหรด (Moonlight parade) ให้ท่านได้ชมอีกด้วย ขบวนพาเหรดจะมีรอบ 14.30 18.30 และ 19.30 น.

เย็น    บริการอาหารเย็น (3) เมนู บูลโกกิ หมูหมักสไตล์เกาหลี มีรสชาติออกหวานเผ็ดเล็กน้อย โดยนำหมูลงในกระทะพร้อมน้ำซุปปรุงรส เมื่อสุกรับประทานพร้อมเครื่องเคียงและข้าวสวย

พักที่ JM HOTEL / NEW M SUWON หรือระดับเดียวกัน

วันที่ 3

โซลทาวเวอร์ - ผลิตภัณฑ์น้ำมันสน - พลอยอเมทิส - ย่านยอนนัมดง - คาเฟ่ YEONNAM-DONG 239-20 คอสเมติค - ถนนฮงแด

เช้า    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (4)

จากนั้นนำท่านไปยังหนึ่งในทาวเวอร์ที่มีวิวที่สวยที่สุดในเอเชีย โซลทาวเวอร์ ตั้งอยู่บนภูเขานัมซานใจกลางกรุงโซล มีความสูงจากฐานหอคอยประมาณ 236.7 เมตร และมีความสูง 479 เมตรจากพื้นดิน ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวัน ช่วงกลางคืน หรือฤดูกาลไหนๆ ก็ยังได้รับความนิยมเสมอมา ทั้งจากนักท่องเที่ยวและคู่รักชาวเกาหลี เพราะเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นวิวทั่วทั้งกรุงโซล และบริเวณรอบๆ แบบพาโนราม่า นับเป็นอีกสถานที่สุดแสนโรแมนติกแห่งหนึ่งที่คู่รักทุกคู่ไม่ควรพลาด นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์สำคัญของกรุงโซลที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องมาแวะเช็คอินคือ สถานที่คล้องกุญแจชื่อดัง Love Key Ceremony ที่มีความเชื่อว่า คู่รักที่มาคล้องกุญแจที่นี่จะมีความรักที่ยืนยาวไปตลอดกาล ** ราคาทัวร์นี้ไม่รวมกุญแจและค่าขึ้นลิฟท์ 10,000 วอน**

จากนั้นนำท่านเรียนรู้การทำ ผลิตภัณฑ์น้ำมันสน ที่สกัดจากน้ำมันสนเข็มแดง มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย ลดไขมัน ช่วยควบคุมอาหาร และรักษาสมดุลในร่างกาย

จากนั้นนำท่านชม โรงงานเจียระไนพลอยอเมทิส แดนเกาหลีเป็นแดนของพลอยสีม่วง พลอยแห่งสุขภาพและนำโชค โดยมีตั้งแต่สีม่วงอ่อนเย็นตา จนถึงสีม่วงไวน์ มีเสน่ห์เย้ายวนใจ พลอยนี้จะงามจับตาเมื่อมาทำเป็นแหวน จี้ ต่างหู และสร้อยข้อมือ

จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังแหล่งรวมตัวของวัยรุ่นชาวเกาหลี ย่านยอนนัมดง ซึ่งอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นหูในหมู่คนไทยนัก แต่ฮิตมากๆ ในหมู่คนเกาหลี ยอนนัมดงเป็นย่านที่เต็มไปด้วยร้านคาเฟ่เก๋ๆ ชิคๆ แต่ละร้านจะมีธีมการตกแต่งทีแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นสายฮิป สายอาร์ต สายแบ๊ว สายดอกไม้ ก็มีให้เลือกตามสไตล์ความชอบของแต่ละคน นอกจากร้านคาเฟ่แล้ว ก็ยังมีร้านขายเครื่องประดับ ร้านขายดอกไม้ เทียนหอม และของกุ๊กกิ๊กอีกมากมาย สำหรับใครที่ชอบคาเฟ่แนวๆ ไม่เหมือนใคร และแฟนคลับซีรีย์ W ต้องไม่พลาดร้านนี้!! คาเฟ่ YEONNAM-DONG 239-20 คาเฟ่ดีไซน์ลายเส้นคอมมิค คาเฟ่สุดชิคที่ออกแบบร้านให้เหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของการ์ตูน ซึ่งกำลังฮิตและถูกอัพเดทลงในอิสตาแกรมของชาวเกาหลีอย่างหนักหน่วง ทุกอย่างภายในร้านถูกออกแบบ และตกแต่งให้เหมือนฉากภาพวาดในการ์ตูน รวมถึงภาชนะที่ใช้ภายในร้านก็ยังออกแบบได้เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร แถมเมนูแต่ละอย่างก็ยังอยู่ในราคาที่น่าคบหาอีกด้วย 

กลางวัน    บริการอาหารกลางวัน (5) เมนู ไก่ตุ๋นโสม อาหารบำรุงสุขภาพ ไก่ขนาดกำลังเหมาะ ยัดไส้ด้วยโสม แปะก๊วย และสมุนไพรบำรุงร่างกาย เสิร์ฟในหม้อดินร้อนๆ

จากนั้นนำท่านแวะช้อปที่ร้านเครื่องสำอางค์ยอดนิยม COSMETIC OUTLET สวรรค์ของนักช้อปชาวไทย เพื่อเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝาก มีให้เลือกมากมายหลากหลายแบนด์ ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์บำรุงผิวแบรนด์อย่าง DEWINS และแบรนด์ JSM ที่เป็นสินค้าหลักของทางร้าน ไม่ว่าจะเป็นครีมหอยทาก ครีมน้ำแตก ครีมขัดขี้ไคล สแตมเซลล์ โบท็อกซ์ เป็นต้น และยังมีสินค้าอื่นๆ อาทิเช่น ครีมว่านหางจระเข้ แป้งม้าโยก ยาย้อมผม แฮนด์ครีม ยาสระผม ฯลฯ

จากนั้นเดินทางต่อไปยัง ย่านฮงแด เป็นย่านที่อยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยฮงอิก มีผลงานศิลปะที่ส่วนใหญ่เป็นศิลปะแนวร่วมสมัยจัดวางแสดงเต็มพื้นที่ของถนนปิกัสโซ่ที่ขึ้นชื่อของย่านนี้ นอกจากนั้นที่นี่ยังมีผับ บาร์ คาเฟ่ ร้านอาหารมากมายตามตรอกซอกซอยแทบทุกแห่ง จึงทำให้ที่นี่เป็นสีสันของกรุงโซลที่นักท่องเที่ยวนิยมมาท่องเที่ยวไม่ขาดสายทั้งกลางวันและกลางคืน

เย็น    บริการอาหารเย็น (6) เมนู คัมจาทัง เเกงมันฝรั่งกระดูกหมู ซึ่งประกอบไปด้วยส่วนผสมที่สำคัญคือ กระดูกหมูส่วนซี่โครง สันหลัง มันฝรั่ง ต้นหอม พริกแกง งาดำป่า ใบงาเขียว และเห็ด

พักที่  BENIKIA M HOTEL / HAEDAMCHAE HOTEL / INTERCITY HOTEL หรือระดับเดียวกัน

วันที่ 4

เทศกาลดอกซากุระบาน ถนนยออีโด – ศูนย์สมุนไพรโสม – ศูนย์สมุนไพรฮอตเกนามู – พระราชวังชาง ด็อกกุง – ดิวตี้ฟรี – ตลาดเมียงดง

เช้า     รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (7)

จากนั้นนำท่านผ่านชม เทศกาลดอกซากุระถนนยออีโด ซึ่งกำลังบานอยู่ทั่วเกาหลี ไม่ต้องไปถึงญี่ปุ่นก็ได้ก็สามารถชมซากุระได้ เพราะไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน สองข้างทางจะเต็มไปด้วยงามของดอกซากุระสีชมพูอ่อนละลานตา พร้อมหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพดอกซากุระเก็บไว้เป็นที่ระลึก อีกทั้งได้เห็นภาพของคนเกาหลีออกมาปิคนิคตามสวนสาธารณะ ทั้งที่มาเป็นเพื่อนกลุ่มใหญ่ๆ คู่รัก และครอบครัว ชวนกันมาพักผ่อนทำอาหารมานั่งทานไปคุยไปดูดอก ซากุระไปด้วย (ดอกซากุระจะเริ่มบานประมาณช่วงเดือนเมษายน ตั้งแต่กรุ๊ปประมาณวันที่ 08 – 15 เมษายน 2562 หรือในช่วงที่ดอกซากุระบาน หลังจากประมาณวันที่ 15 เมษายน จะไม่มีโปรแกรมไปดูซากุระ) 

หมายเหตุ **ทั้งนี้การบานของดอกซากุระขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ หากดอกซากุระไม่บาน ทางบริษัทขออนุญาตไม่นำท่านไป และไม่มีการหักคืนค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น**

จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยัง ศูนย์สมุนไพรโสมเกาหลี สมุนไพรที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้แก่ระบบย่อยอาหาร ปอด ช่วยทำให้จิตใจสงบ และเพิ่มพละกำลัง มีสรรพคุณทางการแพทย์ช่วยบำรุงหัวใจ ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด เสริมประสิทธิภาพทางเพศ ลดและป้องกันมะเร็ง

นำท่านชม ศูนย์สมุนไพรฮอตเกนามู ต้นไม้ชนิดนี้เจริญเติบโตในป่าลึกบนภูเขาที่ปราศจากมลภาวะ และสูงเหนือระดับน้ำทะเล 50-800 เมตร ช่วยดูแลตับให้สะอาดแข็งแรง ป้องกันโรคตับแข็ง ไม่ถูกทำลายจากการดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ บุหรี่ สารตกค้างจากอาหาร และยา

กลางวัน    บริการอาหารกลางวัน (8) เมนู บิบิมบับ หรือข้าวยำเกาหลี ประกอบด้วยผักต่างๆพร้อมกับเนื้อสัตว์หมัก เสิร์ฟบริการพร้อมซุปชาบูหม้อร้อนๆ

จากนั้นนำท่านชม พระราชวังชางด็อกกุง พระราชวังลำดับที่สองที่ถูกสร้างต่อจากพระราชวังเคียงบกกุง เคยใช้เป็นที่พำนักของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ในสมัยราชวงศ์โชซอน และยังเป็น 1 ใน 5 ของพระราชวังสำคัญที่ยังคงรักษาไว้ พระราชวังหลวงทั้ง 5 ที่ในโซลนั้น จะมีลักษณะหน้าตาคล้ายๆ กัน แตกต่างกันที่ทัศนียภาพ รวมถึงความพิเศษของแต่ละสถานที่ด้วย อย่างตัวพระราชวังชางด็อกกุงแห่งนี้ก็มีไฮไลท์ที่น่าสนใจคือ สวนฮูวอน หรือสวนแห่งความลับนั่นเอง ภายในพระราชวังประกอบไปด้วยเขตพระราชฐานชั้นนอก พระราชฐานชั้นใน และสวนด้านหลังที่ใช้สำหรับเป็นที่พักผ่อนของพระมหากษัตริย์ในสมัยโบราณ เมื่อเดินเข้ามาบริเวณด้านในพระราชวังจะเจอกับลานกว้าง เป็นพื้นที่สาธารณะที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้ พระราชวังแห่งนี้เคยถูกเผาทำลายไปในช่วงปี 1592 ก่อนจะถูกบูรณะในปี 1611 และได้กลายเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปัจจุบันยังคงเหลือความงดงามบางส่วนของพระราชวังเอาไว้ นอกจากนั้นยังมีต้นไม้ขนาดยักษ์มีอายุกว่า 300 ปี บ่อน้ำ และศาลาริมน้ำ 

หมายเหตุ กรณีที่พระราชวังชางด็อกกุงไม่เปิดทำการ ขอสงวนสิทธิ์ปรับรายการท่องเที่ยว ทดแทนเป็น พระราชวังถ็อกซูกุง 1 ใน 5 พระราชวังเก่าแก่ของราชวงศ์โชซอน มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ตั้งโดดเด่นสง่างามอยู่ท่ามกลางอาคารสไตล์ตะวันตกใจกลางกรุงโซล แต่สวยงามร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ ยิ่งช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีแล้วยิ่งสวยงามไปอีก ในแต่ละวันจะมีการเปลี่ยนเวรยามของทหาร หากมาได้ถูกจังหวะจะได้ชมพิธีเปลี่ยนเวรยามประจำวัน ซึ่งในหนึ่งวันนั้นจะมี 3 รอบ คือ รอบแรกตอน 11.00 น. รอบที่สอง 14.00 น. และรอบสุดท้ายตอน 15.30 น. 

จากนั้นนำท่านเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษี ดิวตี้ฟรี ที่ร้านค้าปลอดภาษีที่ใหญ่ที่สุดในโซล แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำหอม เสื้อผ้า เครื่องสำอาง กระเป๋า นาฬิกา เครื่องประดับหลากหลายแบรนด์ดัง และสินค้าแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย โดยชั้นใต้ดินจะเป็นสินค้าแบรนด์หรู และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาทิเช่น PRADA, DIOR, LOUIS VUITTON, BULGARI, LONGCHAMP, COACH, GUCCI, MICHEL KORS, LOEWE, MIU MIU เป็นต้น ในส่วนของชั้นที่ 1 เป็นช็อป CHANNEL และนาฬิกาดังหลากหลายแบรนด์ อาทิเช่น ROLEX, HERMES, OMEGA, TISSOT เป็นต้น ชั้น 2 เป็นช็อป MCM ชั้นที่ 3 เป็นโซนเครื่องสำอางค์หลากหลายแบรนด์ดัง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ SULWHASOO, HERA, LANEIGE, L'Oréal, SU:M37, ESTEE LAUDER, LANCOME, CHRISTIAN DIOR, BIOTHERM, MAC เป็นต้น ชั้น 4 จะเป็นสินค้าแบรนด์เนมอื่นๆ และชั้นที่ 5 จะเป็นแบรนด์ของเกาหลี และโซนร้านอาหาร

จากนั้นนำท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง ย่านเมียงดง แหล่งละลายทรัพย์ในดวงใจของสาวๆหลายคน หรือสยามสแควร์เกาหลี ตลาดแห่งนี้จะมีเสื้อผ้า กางเกง รองเท้า น้ำหอม เครื่องสำอางค์ทั้งแบรนด์เนมชื่อดัง และโลคอลแบรนด์ รวมถึงซีดีเพลง รูปดารา และศิลปินเกาหลี หรืออะไรที่วัยรุ่นต้องการก็สามารถหาได้จากที่ตลาดนี้ อาทิเช่น ร้านเครื่องสำอางค์ค์ที่คุ้นหูคนไทยที่ไม่ว่าจะเป็น ETUDE, SKIN FOOD, THE FACE SHOP, NATURAL REPUBLIC, INNISFREE ราคาเครื่องสำอางค์ค์จะถูกกว่าประเทศไทยประมาณ 2 ถึง 3 เท่า และบางรุ่นไม่มีขายในประเทศไทย หรือจะเป็นร้านขายรองเท้าแบรนด์ดังอย่างร้าน MBC MART ก็มีรองเท้าหลากหลายแบรนด์ดังให้เลือกมากมาย อาทิเช่น ADIDAS, NIKE, NEW BALANCE, VANS, CONVERSE, FILA เป็นต้น

ในส่วนของอาหารบริเวณข้างทางที่ฮอทฮิตไม่แพ้กันอย่างโซน เมียงดงสตรีทฟู้ด มีอาหารหรือของทานเล่นให้ได้ลิ้มลองมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หอยเชลล์ย่างตัวใหญ่อบน่ากิน ขนมไข่หรือเครันปัง ขนมยอดฮิตตลอดกาลของเมียงดง กุ้งล็อบสเตอร์ตัวใหญ่ๆ ย่างชีสมีรสหวาน ชีสย่าง โดยการเอามอสซาเรลล่าชีสเสียบไม้แล้วเอาไปย่าง ต๊อกโบกี เค้กข้าวที่ขึ้นชื่อของเกาหลี ปรุงรสด้วยซอสเผ็ดสไตล์เกาหลี เมนูนี้มีอยู่เกือบทุกซอกทุกมุมที่ในตลาดเมียงดง บะหมี่ดำจาจังมยอน หนึ่งในเมนูสุดฮิตที่เห็นกันบ่อยในซีรี่ส์เกาหลี มันฝรั่งเกลียวทอดกรอบเสียบไม้ พบเห็นได้ทั่วไปในเมืองไทย แต่ของที่นี่จะมีไส้กรอกเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งชั้น ปลาหมึกยักษ์ทอดกรอบ เสียบไม้แบบอลังการโรยด้วยเกลือ เป็นต้น แต่หากคนที่ชอบของหวานก็จะมีไอติมโคนเจ้าดัง ซึ่งไอติมที่กดมาใส่โคนนั้นสูงถึง 2 ฟุต

เย็น    อิสระอาหารเย็น (ให้ทุกท่านได้อิสระตามอัธยาศัย เพื่อความสะดวกในการช็อปปิ้ง)

พักที่ BENIKIA M HOTEL / HAEDAMCHAE HOTEL / INTERCITY HOTEL หรือระดับเดียวกัน

วันที่ 5

ละลายเงินวอน ซุปเปอร์มาร์เก็ต - สนามบินนานาชาติอินชอน

จากนั้นนำท่านเพลินเพลินกับการแวะซื้อของฝากที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต (ละลายเงินวอน ซื้อ 5 แถม 1) สาหร่าย ขนมต่างๆ ช็อกโกแล็ตหิน ซีเรียลช็อกโก้ ผลิตภัณฑ์ของใบ และรากฝอยของโสมในรูปแบบขนม ชาโสม โคลนพอกหน้า

11.20 น.   เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ XJ701 (ไม่มีบริการอาหารบนเครื่อง)

15.10 น.   ถึงประเทศไทย สนามบินนานาชาติดอนเมือง พร้อมด้วยความประทับใจ

อัตราค่าบริการนี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ พร้อมคณะ                 
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 กก.  
  • ค่ารถรับ-ส่ง และนำเที่ยวตามรายการ
  • ค่าที่พักตามที่ระบุในรายการ พักห้องละ 2 ท่าน  
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ    
  • ค่าอาหารตามมื้อที่ระบุในรายการ                    
  • ค่าจ้างมัคคุเทศก์คอยบริการตลอดการเดินทาง 
  • ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท  (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง , ค่าโทรศัพท์ , ค่าโทรศัพท์ทางไกล , ค่าอินเตอร์เน็ต , ค่าซักรีด , มินิบาร์ในห้อง รวมถึงค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการ (กรุณาสอบถามจากหัวหน้าทัวร์ก่อนการใช้บริการ)
  • ค่าทิปคนขับรถ หัวหน้าทัวร์ และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น 
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าวีซ่าสำหรับพาสปอร์ตต่างด้าว 

ราคา

THB 10,000,000

24 เมษายน 2567

วันเดินทางทั้งหมด

People

Adult

(Age 12+)

Child

(Age 6 to 11)

Infant

(Age 3 to 5)

Booking

Share this tour

Hippo’s Blog

View more

Hippo’s Tips & Recommend

View more